ความแตกต่างของ คอลลาเจน แบบทาผิวและแบบทาน

แน่นอนว่าของทุกอย่างมักจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป ถึงแม้ว่าของชิ้นนั้นจะมีชื่อเรียกเดียวกัน แต่คุณสมบัตินั้นอาจจะแตกต่างกันก็เป็นได้ คอลลาเจน ก็เป็นแบบนั้นเช่นเดียวกัน ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่าเจ้าตัว Collagen นั้น มีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป บางชนิดเองอาจจะเป็นแบบทาผิว ส่วนบางชนิดเองอาจจะเป็นแบบรับประทาน ซึ่งแน่นอนว่ามันมีผลดีด้วยกันทั้งนั้น แต่จริงๆแล้วคุณสมบัติบางอย่างของมันก็มีสิ่งที่ไม่เหมือนกันและต่างกันออกไป โดยวันนี้เราจะมาบอกว่า คอลลาเจน แบบทาผิวและแบบทานนั้น แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน และมีคุณสมบัติใดบ้าง เผื่อว่าจะเป็นตัวช่วยให้ทานได้เลือกซื้อกัน 1.Collagen แบบชนิดรับประทาน : ว่ากันว่าการรับประทานนั้นจะส่งผลได้ดีกว่าสำหรับตัวผู้ใช้ เพราะร่างกายของคนเราสามารถที่จะดูดซึมได้อย่างรวดเร็วกว่า สำหรับผู้ใช้ที่มีอายุเยอะหรือสำหรับผู้หญิงที่กำลังเข้าวัยหมดประจำเดือน การ รับประทาน คอลลาเจน นั้น จะส่งผลให้ริ้วรอยของผิวในร่างกายของเราลดเลือนน้อยลง เพราะด้วยมีโมเลกุลขนาดเล็กเข้ามาเป็นตัวช่วยได้เป็นอย่างดี 2.Collagen แบบชนิดทา : แน่นอนว่าคุณสมบัตินั้นจะแตกต่างจากแบบรับประทาน เพราะด้วยขนาดของโมเลกุลนั้นจะมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่กว่า ทำให้เมื่อเราทาลงผิวหนังไปแล้ว ผิวหนังเราเองจะดูดซึมได้ค่อนข้างยากเลยทีเดียว หรือแย่ไปกว่านั้นสำหรับบางคนที่เลือกใช้ ร่างกายก็ไม่สามารถดูดซึมได้เลย ทั้งนี้ก็คงอยู่ตัวบุคคลว่าผิวหนังของเราจะไวต่อความรู้สึกขนาดไหน แต่ทั้งนี้เมื่อใช้ไปแล้ว Collagen ดังกล่าว ก็จะกลายเป็นเพียงครีมทาผิวที่สามารถช่วยบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้นได้เพียงเท่านั้น แตกต่างจากแบบรับประทาน ที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและส่งผลลัพธ์ได้ดีกว่า

คอลลาเจน ชนิดไหนดีที่สุดและพบเจอได้ง่าย

รู้หรือไม่ว่าในร่างกายของคนเรานั้นมีสารและส่วนประกอบสำคัญหลายประเภทอยู่รวมกันเยอะแยะมากมาย คอลลาเจน เองก็เป็นหนึ่งในร่างกายของคนเราที่จำเป็นไม่แพ้อย่างอื่น โดยส่วนใหญ่ในร่างกายของคนเรานั้นจะประกอบไปด้วยสารคอลลาเจนมากถึง 28 ชนิดด้วยกัน แต่ละชนิดนั้นก็จะมีหน้าที่ในการทำงานที่แตกต่างกันออกไปตามที่กรดอมิโนได้จัดสร้างมันขึ้นมา และหากเราเคยเห็นในจำพวกอาหารเสริมจะเห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่แล้วก็จะมีคอลลาเจนที่ประกอบไปด้วย Collagen Type1, Collagen Type2 และ Collagen Type3 ซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะทั้ง 3 ชนิดนี้มีส่วนช่วยสำคัญในร่างกายของเราอย่างมาก โดยวันนี้เราจะมาอธิบายถึง 3 คอลลาเจน นี้กัน ว่ามีความสำคัญที่แตกต่างกันออกไปในด้านใดบ้าง Collagen Type1 : เป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อแทบจะทุกอย่างภายในร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น ภายในกระดูก ผิวหนัง เป็นต้น โดย Collagen Type1 นั้น มีโอกาสอยู่ภายในร่างกายเรามากถึง 90% เลยทีเดียว Collagen Type2 : คอลลาเจน ชนิดนี้ถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญในร่างกายอย่างมากอีกเช่นเดียวกัน เพราะเป็นตัวช่วนในการสร้างกระดูกอ่อนขึ้นมาใหม่ เพราะด้วยอายุของคนเรามากขึ้นเท่าไร พวกกล้ามเนื้อหรือข้อต่อกระดูกก็มักจะมีปัญหาอยู่เสมอ Collagen Type2 จึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะลดอาการเจ็บปวดข้อและลดการอักเสบได้เป็นอย่างดี โดยโปรตีนนี้จะอยู่ภายในกระดูกอ่อนของคนเรามากถึง 60% เลยทีเดียว  Collagen Type3 …

คอลลาเจน สำคัญยังไงกับคนเรา

แน่นอนว่าส่วนประกอบในร่างกายของคนเรามักจะมีสารต่างๆที่ให้ความสำคัญในการดำรงชีวิต โดยกล่าวคือสารเหล่านั้นก็มีหน้าที่ที่แตกต่างกันออกไป คอลลาเจน ที่เราจะมากล่าวถึงในวันนี้ ก็มีความสำคัญไม่แพ้สารอื่นๆภายในร่างกาย โดยเป็นสารประกอบหลักที่ทำให้ผิวหนังรวมไปถึงเส้นขนต่างๆของมนุษย์เรานั้นแข็งแรงอีกทั้งยังช่วยในการเพิ่มความยืดหยุ่นอวัยวะของเราได้เป็นอย่างดี โดยสาร คอลลาเจน นั้น จะใช้งานได้ดีที่สุดสำหรับบุคคลที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปี แต่หลังจากนั้นแล้วสารดังกล่าวก็จะลดลงไปตามอายุ ร้ายแรงไปกว่านั้นอาจจะถึงขั้นถูกทำลายไปก่อนวัยอันควร ด้วยเหตุนี้หากเราเป็นคนที่ยังรักและใส่ใจในเรื่องของผิวหนังก็ควรหาอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์ยาที่ช่วยท่านได้มาลองกินกันดู โดยในปัจจุบันผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ออกมา จะเข้ามาเป็นตัวช่วยในเรื่องของผิวพรรณซะเป็นส่วนใหญ่ แต่อย่าลืมว่าจริงๆแล้ว คอลลาเจน ยังมีสรรพคุณที่เป็นส่วนช่วยในร่างกายอีกเยอะแยะมากมายเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่นทำให้มีเส้นใยที่เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา เพิ่มเติมความชุ่มชิ้นให้กับผิว  โดยปกติแล้วมนุษย์เราก็จะมีสารดังกล่าวอยู่แล้วภายในร่างกายอย่างเช่นในกระดูกอ่อน หลอดเลือดกระจกตา รวมไปถึงกล้ามเนื้อต่างๆ โดยต้องบอกก่อนเลยว่าที่เราได้ยกตัวอย่างมานั้นอาจจะเป็นแค่ผลดีส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะจริงๆแล้วเจ้าตัวคอลลาเจนเองจะมีหลากหลายชนิดมาก โดย คอลลาเจนชนิดไหนดีที่สุด เราเองก็ต้องศึกษาเพิ่มเติม แต่ถึงอย่างนั้นเราขอกระซิบบอกก่อนเลยว่า หากท่านเริ่มรู้สึกว่าร่างกายตัวเองเปลี่ยนไป ก็ควรลองหาผลิตภัณฑ์เสริมมาลองทานดู เผื่อว่าจะได้รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง